ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร นักลงทุนสายเน้นคุณค่ารายใหญ่ (VI) ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การลงทุนครั้งแรก

ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร นักลงทุนสายเน้นคุณค่ารายใหญ่ (VI) ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การลงทุนครั้งแรก โดยการจัดตั้ง “บริษัท ตีแตก จำกัด” ทุนจดทะเบียน 2,200 ล้านบาท เพื่อทำหน้าที่เป็นบริษัทลงทุนในตลาดหุ้นต่างประเทศทั่วโลก โมเดลคล้ายบริษัท Berkshire Hathaway ของวอร์เรน บัฟเฟต์

โดยสาเหตุการจัดตั้งบริษัท ตีแตก จำกัดในครั้งนี้ เพราะเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีที่ต้องจ่าย 35% ปีที่แล้ว รัฐบาลไทยประกาศเปลี่ยนกฏเกณฑ์เรื่องภาษีเงินได้จากต่างประเทศ โดยกำหนดให้ผู้มีรายได้จากต่างประเทศ (รวมถึงเงินได้จากการลงทุนในหุ้นต่างประเทศ) ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเมื่อนำเงินกลับเข้าประเทศไทย

กฎหมายใหม่นี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 เป็นต้นไป การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อนักลงทุนไทยที่ลงทุนในต่างประเทศเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะผู้ที่ลงทุนในนามส่วนบุคคล


ดร.นิเวศน์ปรับกลยุทธ์ลงทุนต่างประเทศ รับมือภาษีใหม่ จากเดิมที่เป็นการลงทุนในนาม ส่วนบุคคล ก็ปรับเป็นการลงทุนผ่าน บริษัท คือยอมเสียภาษีเงินได้นิติบุุคคลไปเลย แต่เป็นระดับภาษีที่พอรับได้ คือ 20% ของกำไร จากที่ถ้าลงทุนในนามบุคคลต้องเสีย 35% จึงตัดสินใจตั้ง “บริษัท ตีแตก จำกัด” ใช้ชื่อตามหนังสือที่เขียน จดทะเบียนบริษัทเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2566 ด้วยทุนจดทะเบียน 2,200 ล้านบาท


บริษัท ตีแตก จำกัด จะเน้นลงทุนในหุ้นต่างประเทศ โดยในช่วงแรก จะเน้นลงทุนในตลาดหุ้นเวียดนามเป็นหลักก่อน ซึ่งก็จะเน้นซื้อหุ้น Super Stock และถือระยะยาวแบบเดียวกับที่ลงทุนในหุ้นไทย เดิมทีหุ้นเวียดนามจะมีเยอะเป็น100 ตัว เพราะตอนที่เข้าไปยังไม่รู้จัก ผ่านมาหลายปีก็เริ่มรู้ว่า Super Stock ควรเป็นตัวไหนก็จะซื้อ
“จริง ๆ หลักการลงทุนยังเหมือนเดิม เพียงแต่เปลี่ยนตัวหุ้น เปลี่ยนสถานที่ แต่คอนเซ็ปต์การลงทุนเหมือนเดิม เน้นลงทุนแบบ Value Investing คือดูคุณภาพเปรียบเทียบกับราคา ถ้ามันคุ้มค่าเราก็ซื้อ ถ้าไม่คุ้มค่าเราก็ขาย” ดร.นิเวศน์กล่าว

ปัจจุบันพอร์ตหุ้นเวียดนามมีสัดส่วนเกือบ 30% ของพอร์ตรวม ที่เหลืออีกเกือบ 70% เป็นพอร์ตหุ้นไทย และมีเงินสดอีกประมาณ 5-6% แต่จะทยอยลดหุ้นไทยลงต่อจากนี้ คิดว่าประมาณ 1-2 ปีนี้ จะเห็นการปรับพอร์ตทุกอย่างลงตัวมากขึ้น ซึ่งช่วงแรกวางแผนปรับสัดส่วนลงทุนหุ้นต่างประเทศ 50% และหุ้นไทย 50% หรือถึงจุดหนึ่งเพิ่มพอร์ตหุ้นต่างประเทศเป็น 75% และลดพอร์ตหุ้นไทยเหลือ 25% เพราะต้องยอมรับว่าหุ้นไทยผ่านจุดเติบโตไปแล้ว

โดยในบทสัมภาษณ์ของ ดร.นิเวศ จะแบ่งการลงทุนต่างประเทศและหุ้นไทย เป็น3ส่วน คือ
1. หุ้นเวียดนาม เปรียบเสมือนกแงหน้า จะเน้น Super Stock ส่วนใหญ่จากปกติเคยซื้อเป็น 100 ตัว ตอนนี้เลือกตัวที่คิดว่าจะเติบโตแบบ Super Stock ในไทยเมื่หลายๆปีก่อน
2. กองทุนหุ้นต่างประเทศหรือพวก DR เปรียบเสมือนกองกลาง โดยเน้นลงทุนในบริษัทต่างประเทศระดับโลก และบริษัทใหญ่ เช่น LVMH , Apple
3. หุ้นไทย เปรียบเสมือเป็นกองหลัก ไว้กินเงินปันผล เพราะหุ้นพวกนี้แข็งแกร่งมาก ปลอดภัย เรื่องค่าเงิน ไม่ต้องห่วงเรื่องราคาขึ้นลงมาก

8-9 ปีที่แล้ว ส่วนตัวก็เริ่มรู้สึกว่าหุ้นไทยนิ่งมานานหลายปี แม้ว่าพอร์ตจะดีกว่าตลาด ไม่ขาดทุน แต่ไม่ไปไหน จึงต้องหาทางออกในการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการลงทุนหุ้นต่างประเทศในครั้งนี้

📌 คอร์ส Wall Street 101 ก้าวแรกสู่ Wall Street Trader 🇺🇸
====================
💫เริ่มต้นสู่การเป็น Wall Street trader ด้วยคอร์สออนไลน์Wall Street 101 ก้าวแรกสู่การลงทุนในตลาดหุ้นอเมริกา สอนตั้งแต่พื้นฐาน ไม่เคยลงทุนก็มาก่อนก็สามารถเรียนได้ เรียนสนุก เข้าใจง่าย ใช้ได้จริง!

รายละเอียดคอร์ส
Wall Street 101
=========================
☎️ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และสมัครบริการได้ที่ :
💬 Inbox : m.me/NewElysiumTrader
🖥️ : https://elysiumtrader.com/
✅ Line@ : @elysiumtrader
📱Tel : คุณเหมียว 091-892-3615
================================

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *